กลับด้านบน เพิ่มเพื่อนคลิก! @buynoww คลิกโทร 02-653-2050

ทัวร์เที่ยวลำปาง ลำพูน นั่งรถไฟชมอุโมงค์ขุนตาน

แอ่ว “ลำปาง” พลัส “ลำพูน” 5 วัน 4 คืน

นั่งรถไฟลอด “อุโมงค์ขุนตาน” (ลำพูน) – แอ่วลำปาง  แบบไม่ลำพัง ไปกับ Getaway Holidays

Trip Highlight
  • เปิดประสบการณ์นั่งรถไฟลอด อุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และชม สถานีรถไฟขุนตาน สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
  • ชมสถานที่เที่ยว UNSEEN ลำพูน เสน่ห์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย
  • นมัสการ พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา
  • ชมวัดงามติดอันดับ 1 ใน 5 วัดสวยของประเทศไทย วัดสันป่ายางหลวง
  • สัมผัสมนต์ขลังแห่งอาณาจักรหริภุญชัยที่ วัดจามเทวี วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของลำพูน
  • ชมสะพานประวัติศาสตร์อายุร้อยกว่าปี สะพานขาวทาชมภู แห่งเมืองลำพูน
  • สักการะ พระธาตุลำปางหลวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปางและยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีฉลู
  • นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง สัมผัสเอกลักษณ์ไทย ในเมืองแห่งรถม้า
  • ทำกิจกรรม Workshop พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ต้นกำเนิดชามตราไก่ พร้อมเพ้นท์ชามใบเดียวในโลก
  • ชม Unseen มหัศจรรย์พลังศรัทธา ณ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง
  • ชม วัดปงสนุก ธรรมสถานหนึ่งเดียวของไทย ที่ได้รับรางวัล “Award of Merit” จาก UNESCO

กำหนดการเดินทาง

  • 2-6 มิ.ย. 2564
  • 4-8 ก.ค. 2564
  • 24-28 ก.ค. 2564
  • 11-15 ส.ค. 2564

ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท/ท่าน

จำนวนผู้เดินทาง 

  • เดินทางแบบหมู่คณะ สามารถออกเดินทางได้ตั้งแต่ 6 ท่านขึ้นไป เดินทางโดยเครื่องบินและรถตู้ปรับอากาศ

จองทางไลน์ จองทางเฟสบุ๊ค ดาวน์โหลดรายการ

BOOKING

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้ กรุณาติดต่อเราได้ที่ โทร. 02 653 2050 / อีเมล sales@buynoww.com / Line Official: @buynoww / Facebook: @buynowtravelworld

นั่งรถไฟแอ่วเมือง “ลำพูน” เฮือนถิ่นละโว้ สัมผัสเสน่ห์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย เที่ยวเมืองเก่า อิ่มบุญ ม่วนใจ๋…. เยือน “ลัำปาง” ถิ่นเครื่องปั้นลือนาม...เล่าขานผ่านวิถีชุมชนเซรามิค เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา นั่งรถม้า สักการะพระธาตุลำปางหลวง ชมเจดีย์สีขาว บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า Unseen สุดมหัศจรรย์ที่วัดเฉลิมพระเกียรติฯ 

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1:    สถานีรถไฟกรุงเทพ – สถานีรถไฟขุนตาน จ.ลำพูน

18.00 น.   ทุกท่านพร้อมเพรียงกันที่ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เจ้าหน้าที่ของ บริษัท บายนาว จำกัด คอยให้การต้อนรับ และ อํานวยความสะดวกแก่ท่านในการเช็คอิน พร้อมแจกชุด Hygiene Travel kit ท่านละ 1 ชุด เพื่อสุขอนามัยของท่าน

19.35 น.   ออกเดินทางโดยรถไฟ รถไฟด่วนพิเศษ 13  รถไฟชั้นที่ 1 นั่งและนอนปรับอากาศ (กรุงเทพฯ – ขุนตาน จ.ลำพูน)


วันที่ 2:    สถานีรถไฟขุนตาน – สะพานขาวทาชมภู – วัดจามเทวี – วัดพระธาตุหริภุญชัย - ประตูท่านาง - วัดสันป่ายางหลวง - กู่ช้าง-กู่ม้า

07.32 น.  เดินทางถึง สถานีรถไฟขุนตาน เป็นสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 578 เมตร ห่างจากสถานีรถไฟขุนตานเพียง 200 เมตร จะมีอุโมงค์ขุนตานซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ระหว่างจังหวัดลำปาง กับจังหวัดลำพูน เจาะลอดใต้ดอยงาช้างของเทือกเขาขุนตาลเข้าไป ซึ่งมีความยาวถึง 1,352.10 เมตร ยาวเป็นอันดับที่ 1 จากจำนวน 7 อุโมงค์รถไฟในประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2461 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 11 ปี นับเป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างความตื่นเต้นให้คนทั้งประเทศ

อุโมงค์รถไฟขุนตาน จังหวัดลำพูน

ปากอุโมงค์ก่อด้วยอิฐสีแดงและมีตราครุฑสีแดงบนพื้นเหลืองประดิษฐานอยู่เหนือปากอุโมงค์ บริเวณปากถ้ำมีศาลเจ้าพ่อขุนตาน ด้านบนมีศาลพระยาเบิก บ่อน้ำบาดาล รวมถึงสถูปกระดูกของ นาย อีมิลล์ ไอเซ่นโฮเฟอร์ (Mr. Emil Eisenhofer) วิศวกรชาวเยอรมันผู้คุมงานก่อสร้างอุโมงค์และภรรยาตั้งอยู่บนสนามหญ้าเล็กๆ และหากไปทางทิศใต้อีกจะเจอสะพานสองหอ สะพานสามหอ และ สะพานคอมโพสิต

อุโมงค์รถไฟขุนตาน จังหวัดลำพูน

สถานีรถไฟขุนตาน ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านขุนตาน ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จังหวัดลำพูน เดิมเป็นอาคารไม้เล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณปากอุโมงค์ ด้านขวามือของขบวนรถ (หากเดินทางไปเชียงใหม่) ก่อนจะมีการสร้างทางหลีกและอาคารสถานีหลังปัจจุบันในภายหลัง ซึ่งสถานีขุนตานนั้นเป็นจุดทดสอบห้ามล้อขบวนรถที่ใช้รถจักรดีเซลลากจูง รวมถึงเป็นสถานีที่ใช้ตัดรถจักรช่วยทำการที่ลากขบวนรถไฟขึ้นดอยขุนตาล ทั้งจากฝั่งลำปางและลำพูนอีกด้วย

บริเวณรอบสถานีรถไฟเป็น อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง มีสถานที่พักของการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้บริการนักท่องเที่ยว อิสระให้ท่านเดินชมและเก็บภาพความประทับใจ 

07.00 น. นำท่านเดินทางออกจากสถานีรถไฟขุนตาน โดยรถตู้ปรับอากาศ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านทาชมภูคาเฟ่

08.30 น. นำท่านเยี่ยมชม สะพานขาวทาชมภู สะพานประวัติศาสตร์อายุครบ 100 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา บนรถไฟสายเหนือแห่งเมืองลำพูน เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2463 โดยมีรูปทรงเป็นทรงโค้งทาสีขาวในแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก นับเป็นสะพานประวัติศาสตร์ ที่มีความแปลกและท้าทาย คือเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ปกติสะพานรถไฟจะสร้างด้วยเหล็กเท่านั้น เพราะสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนและอ่อนตัวได้ดีกว่า แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่สร้างสะพานเป็นภาวะสงคราม จึงไม่สามารถหาเหล็กมาสร้างสะพานได้ แต่ด้วยการคำนวณและควบคุมงานที่ยอดเยี่ยมของ นายพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินได้ ทำให้สะพานขาวทาชมภูยังคงใช้งานได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ และในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยว

สะพานขาวทาชมภู

ถือได้ว่าเป็นจุดเช็กอินหลักของจังหวัดลำพูนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานที่คู่รักจะมาจดทะเบียนสมรถ ณ สะพานขาวทาชมภูแห่งนี้ สะพานทาชมภูถูกเพิ่มคุณค่าในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายเหนือ รวมถึงเครื่องยืนยันถึงความท้าทายทางวิศวกรรมของคนไทยในสมัยนั้น ที่ทำให้เราระลึกได้ถึงความท้าทายและยากลำบากในการสร้างทางรถไฟสายเหนือผ่านพื้นที่ซึ่งเป็นอุปสรรคทางธรรมชาติมากมาย อิสระให้ท่านถ่ายรูปคู่กับสะพานและรถไฟโดยมีดอยขุนตาลเป็นฉากหลัง อีกสะพานที่คล้ายกับสะพานทาชมภูแต่เป็นสะพานรถยนต์ ซึ่งเกิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันจะเรียกว่าเป็นสะพานพี่สะพานน้อง นั่นคือสะพานรัษฎาภิเศกที่ลำปาง ที่เราจะไปเที่ยวกันต่อในวันถัดไป

สะพานขาวท่าชมภู

09.00 น.   สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง จังหวัดลำพูน

09.40 น.   นำท่านเดินทางมาสัมผัสมนต์ขลังแห่งอาณาจักรหริภุญชัยที่ “วัดจามเทวี” ยกให้เป็นหนึ่งในวัดที่ต้องห้ามพลาดในลำพูน

“วัดจามเทวี” วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของลำพูน ซึ่งตั้งชื่อวัดตามพระนางจามเทวี หรือที่ ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนาไทย ที่มีความสําคัญทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดีตามหลักฐานที่ได้พบศิลาจารึกเชื่อว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวีคือ พระเจดีย์มหันตยศ และพระเจ้าอนันตยศโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิง แล้วโปรดให้สร้าง เจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทอง เรียกชื่อว่า สุวรรณจังโกฏิ พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ หรือพระเจดีย์จามเทวี เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมแบบ พุทธคยาในประเทศอินเดีย

วัดจามเทวี

แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆ มีพระพุทธรูป ยืนปาง ประทานพรอยู่ในซุ้มพระทั้งสี่ด้านด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ภายในพระเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบแน่ชัดยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่ากู่กุดพระเจดีย์องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ พระเจดีย์องค์นี้ ถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสําคัญในศิลปกรรมหริภุญชัย

นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์แปดเหลี่ยม ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมีแผนผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป ส่วนเรือนธาตุมีผังเป็นรูปแปดเหลี่ยมทรงสูง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ซุ้มมีลักษณะเป็นวงโค้งสามวง โบราณปูชนียสถานภายในวัดจามเทวีเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

วัดจามเทวี

10.45 น.  นำท่านกราบสักการะเจดีย์เก่าแก่ที่สุดในล้านนาที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย นอกจากนี้ยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา

วัดพระธาตุหริภุญไชย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นับว่ามีความสำคัญในภาคเหนือและอยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานมากกว่าพันๆ ปี ตามประวัตินั้นบอกไว้ว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1651 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช โดยภายในวัดก็มีโบราณสถานต่างๆ ที่บ่งบอกว่ามีอายุมาอย่างยาวนานมากมาย

มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตู ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466  

วัดพระธาตุหริภุญชัย

วัดพระธาตุหริภุญชัย

วัดพระธาตุหริภุญชัย

หากท่านใดอยากได้ชุดพื้นเมืองสวยๆ ใส่ไปเที่ยว ถ่ายรูป ก็สามารถข้ามถนนไปเลือกซื้อได้ที่ “ขัวมุงท่าสิงห์” ตลาดขายของที่ระลึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัด  มีทั้งผ้านุ่งประยุกต์ลายพื้นเมืองกับเอไทเขินปักลายด้วยดิ้นเงินสวยๆ ให้ท่านได้เลือกซื้อใส่

ขัวมุงท่าสิงห์

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ข้าวซอยบ้านยอง เดินข้ามถนนจากวัดมาหน่อยจะเจอร้านข้าวซอยเจ้าเด็ด ข้าวซอยบ้านยองเส้นเหลืองนุ่มพอดี ราดด้วยน้ำข้าวซอยกะทิ ปิดด้วยเส้นทอดกรอบ พร้อมด้วยมะนาว ผัดกาดดองและหอมแดงซอย ให้มาเพื่อเพิ่มรสอาหารให้น่าทานยิ่งขึ้น หรือเมนูอื่นๆ อย่าง ข้าวซอยเนื้อ, ข้าวซอยซี่โครงหมู, ก๋วยจั๊บ , ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ, ขนมจีนน้ำเงี้ยว, ส้มตำ, ข้าวเงี้ยว และปิดท้ายด้วยของหวาน ครบสูตร รวมมิตร-ไอศกรีมกะทิ

13.00 น.  หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว นำท่านแวะถ่ายรูปเช็คอินแบบคูลๆ ที่ “ประตูท่านาง” 1 ใน 6 ประตูเมืองเก่าแก่ของนครหริภุญชัย ที่ใครมาเที่ยวลำพูนต้องหาโอกาสมาชมความงามและถ่ายรูปกันที่นี่ เพราะประตูท่านาง ไม่เพียงเป็นประตูเมืองโบราณที่เหลืออยู่แห่งเดียวของลำพูน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรหริภุญชัย ที่มีระบบการวางผังเมืองมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 ก่อนจะบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยพระเมืองแก้ว แห่งราชวงศ์มังราย เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน แนวกำแพงก่อด้วยอิฐถือปูนที่ขนานไปกับแม่น้ำกวง แม่น้ำสายหลักสำคัญของลำพูนแห่งนี้  ยังเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพชิคๆ ที่ไม่ควรพลาดมาเช็คอิน

13.30 น.  นำท่านเดินทางต่อมายัง วัดสันป่ายางหลวง เป็นวัดที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดของประเทศไทย พระวิหารพระเขียวโขง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 โดยใช้วัสดุเสาไม้ตะเคียนทอง ไม้แดง จากประเทศลาว พม่า และไทย

วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน

 

พระครูบาอินทรเป็นผู้ออกแบบก่อสร้างและออกแบบลวดลายพื้นเมือง ผสมผสานระหว่างสมัยเก่ากับสมัยใหม่ วิหารพระเจ้าเขียวโขงเมื่อมองจากด้านหน้าจะมีหลังคา 5 ชั้นมีช่อฟ้า 5 ตัวหมายถึงพระเจ้า 5 พระองค์ ด้านหลังอีกสามหมายถึงศีลสมาธิปัญญา หมายถึงการปฏิบัติของพระพุทธเจ้า เพื่อเดินเข้าสู่พระนิพพาน หน้า 5 รวมหลัง 3 เป็น 8 หมายถึงต้องปฏิบัติตามทางสายกลางคือมรรค 8 ได้ธรรมมัชฌิมา ทางสายกลางคือ 9 เป็นโลกุตรธรรม นอกจากนี้ภายในวิหารพระเขียวโขงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญรัตนมหานาทีศรีหริภุญชัย หรือพระเขียวโขง เป็นพระพุทธรูปแกะสลักจากหินแม่น้ำโขง บ้านดอนมหาวัน ที่ใกล้กับประเทศลาว

วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน

วัดสันป่ายางหลวง เดิมชื่อ “วัดขอมลำโพง” สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1074 โดยชาวบ้านที่พร้อมใจกันสร้างขึ้นเพื่อถวายไว้ในบวรพุทธศาสนา วัดสันป่ายางหลวงนับเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนาของแคว้นล้านนา หลังจากสร้างเสร็จจึงได้มีการอัญเชิญเอาพระอัฐิธาตุของพระอัครสาวกของพระพุทธองค์ คือพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ มาบรรจุไว้ ณ ที่เจดีย์ของวัดสันป่ายางหลวง

ต่อมาในยุคเสื่อมของพุทธศาสนา วัดสันป่ายางหลวงก็กลายเป็นวัดร้าง จนมาถึงสมัยของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ของเมืองลำพูน จึงได้มีการฟื้นฟูวัดสันป่ายางหลวงด้วยการสร้าง ถาวรวัตถุ และมีการกำหนดเขตธรณีสงฆ์ขึ้นใหม่ พร้อมกับประทานชื่อวัดใหม่ว่า “วัดอาพัฒนารามป่าไม้ยางหลวง” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “วัดสันป่ายางหลวง” เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสถานที่ตั้ง เพราะในสมัยก่อน บริเวณดังกล่าวมีต้นยางขึ้นอย่างหนาทึบ วัดนี้ยังใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระนางจามเทวีอีกด้วย

14.30 น.   นำท่านชมโบราณสถาน “กู่ช้าง-กู่ม้า” หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองลำพูน ที่มาพร้อมกับตำนานอัศจรรย์อันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเกี่ยวพันกับ “พระนางจามเทวี” ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย อันเป็นหนึ่งในวีรสตรีแห่งสยามประเทศ ที่ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือในคุณงามความดีและวีรกรรมที่ท่านได้สร้างไว้

กู่ช้าง กู่ม้า กู่ช้าง กู่ม้า

ตำนานอัศจรรย์แห่งลำพูน “กู่ช้าง-กู่ม้า” เล่าว่า “ภู่ก่ำงาเขียว” เป็นช้างคู่บารมีของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย เป็นพระยาช้างที่มีฤทธิ์มาก เมื่อออกศึกสงครามเพียงแค่ช้างหันหน้าไปทางศัตรูก็ทำให้ศัตรูอ่อนแรงลงได้ ว่ากันว่า...ครั้งหนึ่งในชีวิต หากมีโอกาสได้ลอดท้องพระยาช้างชนะศึกงาเขียว เท่ากับได้รับพรแห่งชัยชนะให้สมหวังในทุกสนามแข่งขัน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และการดำเนินชีวิต

กู่ม้า ตั้งอยู่ด้านหลังกู่ช้าง เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุซากม้าทรงของพระเจ้ามหันตยศ พระราชโอรสของพระนางจามเทวี ฐานสี่เหลี่ยม องค์เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ส่วนยอดหักพังทลายลงไปแล้ว ด้านหน้าโบราณสถานกู่ช้างกู่ม้านี้ เทศบาลเมืองลำพูนได้ปรับปรุงให้เป็นสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน

“พระยาช้างชนะศึก” กู่ช้าง กู่ม้า เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่คู่กัน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งที่ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือ เมื่อต้องการ สมหวังในสิ่งใด ก็มักจะมา ขอพรกันที่นี่ เรียกได้ว่าเป็นทั้งโบราณสถานที่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ตลอดจนเป็น ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของคนในชุมชน ด้วยความเชื่อว่าเป็นสุสานช้างศึก - ม้าศึก คู่บารมีของพระนางจามเทวี

15.30 น.  เช็คอินเข้าที่พัก ณ ลุค แอท โฮม ลำพูน หรือโรงแรมเทียบเท่า  อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

Look at home lamphun เป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ท ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ท่ามกลางธรรมชาติและสวนสวย บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัวเหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุด มีสระว่ายน้ำ ที่นั่งเล่น นั่งจิบกาแฟหรือเครื่องดื่มเย็นๆ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน สะดวกสบายและปลอดภัยพร้อม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอดการเข้าพัก

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารดาวคะนอง ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านแรกในจังหวัดลำพูนที่เปิดให้บริการมากว่า 50 ปี ด้วยสูตรเด็ดที่คิดค้นขึ้นเองอย่างน้ำพริกแกง น้ำพริกลาบโบราณที่รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นเมืองหลากหลายเมนูที่นิยมสั่งกันอย่างไส้อั่ว ลาบหมูคั่ว แหนมหมู น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง

19.00 น.   กลับเข้าที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวเที่ยวเมืองลำปางต่อในวันพรุ่งนี้


วันที่ 3: วัดพระธาตุลำปางหลวง – นั่งรถม้า - วัดศรีชุม – วัดปงสนุก

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก และเช็คเอาท์ออกจากที่พัก

09.00 น. เริ่มต้นเช้าวันใหม่ นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ จังหวัดลำปาง (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

10.00 น. นำท่านกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำปาง เพื่อความเป็นสิริมงคลสักการะ พระธาตุลำปางหลวง ที่เป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีฉลู

พระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง พระธาตุลำปางหลวง นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบล้านนาที่สวยงดงาม ที่สำคัญคือมีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 แล้ว เจดีย์นั้นจะเป็นทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบพุกามล้านนา เพราะมีการปิดทองจังโกคล้ายแบบพุกาม เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้

วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง

พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดในปีฉลูด้วย เพราะที่นี่เริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลู ด้านในวัดพระธาตุลำปางหลวง ยังประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า หรือ พระแก้วมรกต พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะแบบล้านนาสลักด้วยหยกสีเขียว ที่เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง ภายในวัดก็จะมี วิหารกู่พระเจ้าล้านทอง ตั้งอยู่ท้ายวิหารหลวง ภายในมีพระพุทธรูป พระเจ้าล้านทอง ซึ่งหล่อขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2019 กู่นี้เคยได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2106 หลังจากที่เมืองเชียงใหม่ตกอยู่ใต้ปกครองของพม่า ทำให้กู่เป็นแบบผสมระหว่างหลังคาลาดกับหลังคาลดชั้น รวมทั้งลวดลายต่างๆ แสดงให้เห็นถึงศิลปะในช่วงเวลานั้น  อีกไฮไลท์ของการมาที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง คือการได้ชม มหัศจรรย์เงาพระธาตุ และ พระวิหารในมุมกลับ ที่เข้าไปชมได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น 

วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง

11.00 น.  นำท่านเที่ยวชมรอบเมืองลำปางด้วยรถม้า  ที่แสดงถึงความมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ความเป็นมาของรถม้าลำปาง เริ่มจากในรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งรถม้าจำนวนมากมาใช้เป็นรถหลวง และหลังจากนั้นรถม้าก็ถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ รถม้าจึงถูกส่งออกไปใช้ยังนอกเมือง ลำปางก็เช่นกัน มีการใช้รถม้าในการเดินทางระหว่างสถานีรถไฟลำปางกับตัวเมือง ในปัจจุบันไม่ได้ใช้รถม้าเป็นยานพาหนะหลักแล้ว แต่จะใช้ในการท่องเที่ยวชมรอบเมือง

นั่งรถม้าลำปาง นั่งรถม้าลำปาง

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแสร้งว่า Thai Modern Cuisine ร้านอาหารไทยชาววังในรูปแบบโมเดิร์น ร้านอาหารไทยที่รวบรวมเมนูหาทานยากในรูปแบบการจัดตกแต่งสไตล์โมเดิร์นและปรับเปลี่ยนเมนูเพื่อให้เข้ากับแต่ละฤดูกาลในราคาเหมาะสม เมนูแนะนำ: ม้าฮ่อ ผัดไทยโบราณกุ้งย่างควันมะพร้าว, แกงรัญจวนเนื้อน่องลายไก่คั่วผักชีพริกแห้งบางใหญ่, แกงคั่วหมูย่าง, ฉู่ฉี่หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส

13.00 น.  หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว  นำท่านเดินทางต่อมายัง วัดศรีชุม วัดเก่าแก่ที่มือชื่อเสียงของจังหวัดลำปาง เป็นวัดพม่าเก่าแก่ สร้างด้วยไม้จากป่าฝั่งพม่าทั้งสิ้นมีความสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก มีพระบรมธาตุซึ่งเป็นพระบรมธาตุสีทองศิลปะแบบพม่าและมอญ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญจากพม่าเป็นที่ เคารพสักการะ ของชาวเมืองลำปางมาช้านาน ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและภาพจำลองแผนผังของวัด ส่วนหลังคาวิหารทำเป็นไม้เครื่องแกะสลักยอดแหลมสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก เป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด

วัดศรีชุม จังหวัดลำปาง

วัดศรีชุม สร้างในปีพ.ศ. 2436 โดยคหบดีพม่าชื่ออูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตนเองมีฐานะดีขึ้น จึงต้องการทำบุญโดยสร้างวัดศรีชุมขึ้นในเขตตำบลสวนดอก พระวิหารที่สร้างเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่มีศิลปะการตกแต่งภายใน ร่วมสมัยระหว่างศิลปะล้านนาและศิลปะพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก

วัดศรีชุม ลำปาง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2535 ว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารลงทั้งหลัง คงเหลือเพียงไม้แกะสลักตรงซุ้มประตูเป็นลวดลายพรรณพฤกษาฉลุโปร่ง เท่านั้น ปัจจุบันได้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะแบบพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลม แกะสลักเป็นลวดลายบานปะตูเป็นไม้สัก ฉลุลวดลายโป่ง ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พุทธประวัติและภาพจำลองแผนผังของวัด

14.00 น.    นำท่านเดินทางมายัง วัดปงสนุก ธรรมสถานหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รางวัลAward of Merit” จาก UNESCO เก่าแก่กว่าพันปี

วัดปงสนุก เป็นวัดสำคัญคู่เมืองลำปาง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เจ้าอนันตยส ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (ลำพูน) เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ. 1223 หรือประมาณ 1328 ปี วัดนี้มีความงดงามมาก เป็นธรรมสถานหนึ่งเดียวของไทย ที่ได้รับรางวัล “Award of Merit” การอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค จาก UNESCO ในปี 2008 เป็นวัดแรกของไทยที่ได้รางวัลนี้

วัปงสนุก จ.ลำปาง

วัดปงสนุกมี 2 วัดที่อยู่ติดกัน คือ วัดปงสนุกเเหนือ และ วัดปงสนุกใต้ สาเหตุที่แยกกันเนื่องมาจากพระสงฆ์ สามเณร ในอดีตมีจำนวนมาก จึงแบ่งกันช่วยดูแลรักษาวัด จึงมีวัด 2 วัดตั้งอยู่ในเขตใบพัทธสีมาเดียวกัน  ภายในวัดปงสนุก เป็นแหล่งรวบรวมสิ่งสำคัญหลายอย่างที่มีคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม  ด้วยความที่เป็นวัดเก่า ก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา อาทิ พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง เป็นต้น ซึ่งได้รับรางวัล (Award of Merit) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การ UNESCO

15.00 น.   เช็คอินเข้าที่พัก ณ วิลล่ารัษฎา นครลำปาง โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำปาง อยู่ใกล้กับสะพานรัษฎาอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของลำปาง อันเป็นที่มาของชื่อโรงแรม ภายในห้องพักกว้างขวาง สะอาด ทำเลของโรงแรมสะดวก สำหรับการเดินชมแหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมืองลำปาง  เมื่อเดินออกจากโรงแรมข้ามสะพานรัษฎามาก็สามารถเดินชมกาดกองต้าได้  อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอร่อยบาทเดียว ลำปาง ร้านข้าวต้มในตำนานแห่งจังหวัดลำปาง ลักษณะร้านเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ทรงโบราณ  มีสองชั้น เจ้าของร้านได้นำบ้านมาเปิดเป็นร้านขายอาหาร เมนูแนะนำ: ผัดผักบุ้งไฟแดง, หมูก้อนทอด, ต้มยำอร่อยบาทเดียว, ยำไข่เค็ม, กุ้งซอสมะขาม, ยำปลาเค็ม, หมูกรอบนุ่มใน

18.00 น.   กลับเข้าที่พัก ณ วิลล่ารัษฎา นครลำปาง หรือ โรงแรมระดับเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย


วันที่ 4:    วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์  - วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม – พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี – Street Art Lampang – สะพานรัษฎาภิเศก – ถนนคนเดิน กาดกองต้า 

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

08.00 น.  เริ่มต้นเช้าวันใหม่ นำท่านออกเดินทางไปยัง วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

09.00 น.   นำท่านชมอีกหนึ่งที่เที่ยว Unseen Thailand ที่มีความสวยงาม วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ในอำเภอแจ้ห่ม

ความไม่ธรรมดาของวัดแห่งนี้ คือ มีเจดีย์สีขาว ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ตัวศาลาของวัดและเจดีย์มีความสูงถึง 815 เมตรจากระดับน้ำทะเล วัดเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เรียกกันว่า ดอยปู่ยักษ์ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท ซึ่งภายในวัดมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ด้วย และมีเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นไฮไลท์ของวัด  

วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

ในอดีตนั้นยังไม่ได้มีการสร้างทางขึ้นเขา ชาวบ้านที่ศรัทธาจะต้องเดินขึ้นเขาฝ่าดง เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาท อย่างยากลำบาก ต่อมาเมื่อหลวงพ่อไพบูลย์ สุมัคโล เจ้าอาวาสวัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา ได้เดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาท เกิดพลังศรัทธา และประสงค์จะพัฒนาสร้างวัด  จนเมื่อปี พ.ศ.2547 คณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้าง วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชาชานุสรณ์ ขึ้น ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี 

การเดินขึ้นไปด้านบนยอดเขาของวัดนั้น หลังจากที่มีการพัฒนาปรับปรุงวัด ทำให้มีทางเดิน และบันไดที่สะดวกสบายขึ้น   โดยนำท่านเดินเท้าขึ้นจาก ลานจอดรถภูผาหมอก ระยะทางประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงจุดที่ 2 ของวัดซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทใหญ่ และ รอยพระพุทธบาทคู่  แนะนำ ให้ใส่รองเท้าที่สบายๆ เช่น รองเท้าผ้าใบ เพราะทางเดินมีบันไดและมีจุดที่เป็นทางเดินลาดชัน

วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์
เจดีย์ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขานั้นมีมากกว่า 10 องค์ สร้างลดลั่นตามไหล่เขากันไป ด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี และภายในเจดีย์บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ชาวบ้านเคารพบูชา  อีกทั้งจากด้านบนนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสีเขียว และอำเภอแจ้ห่มแบบกว้างไกล 360 องศา

11.00 น.   ออกเดินทางต่อไปยัง วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

12.00 น.   เดินทางถึง วัดพระแก้วดอนเต้า หรือ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามพระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง วัดพระแก้วดอนเต้าเป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงาม มีอายุยาวนานนับพันปี วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นเวลานานกว่า 500 ปี ตามตำนานเล่าขานไว้ว่า พระมหาเถระแห่งวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่า หมากเต้า) และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แต่ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ปัจจุบันได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามจนตราบเท่าทุกวันนี้  

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

ปูชนียสถานที่สำคัญในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่องค์พระบรมธาตุดอนเต้า พระเจดีย์องค์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่มีอายุเก่าแก่พอๆ กับวัดนี้ นอกจากนี้ยังมี วิหารหลวงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วิหารพระเจ้าทองทิพย์ สร้างโดยพระนางจามเทวี อายุกว่า 1,000 ปี ประดิษฐานพระเจ้าทองทิพย์ศิลปะสมัยเชียงแสนมณฑป หรือ พญาธาตุศิลปะแบบพม่า วิหารลายคำสุชาดาราม ฝีมือช่างเชียงแสน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังลวดลายทองงดงาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเชียงแสน พิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนา อันเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุแบบล้านนา เช่น สัตภัณฑ์ เครื่องถ้วยกระเบื้อง พระพุทธรูป เป็นต้น

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ห้องอาหารลายคราม เป็นร้านอาหารไทยตำรับชาววัง มีความอร่อย และสวยงามเมนูมีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารพื้นเมืองลำปาง และอาหารไทย รวมถึงขนมหวานก็เป็นที่ล่ำลือถึงความอร่อย  เมนูเด็ด: ยำถั่วพลูกุ้งสด, สตอผัดพริก

14.00 น.  หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว นำท่านเดินทางต่อมายัง พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดีต้นกำเนิดชามตราไก่ พร้อมเพ้นท์ชามใบเดียวในโลก ให้ท่านเรียนรู้ความเป็นมาของชามตราไก่ สินค้าเลื่องชื่อของเมืองลำปาง พร้อมไฮไลท์ชมชามไก่ขนาดเล็กที่สุดในโลก ชามไก่ทองคำแท้ และชามไก่บาง ชมสาธิตการปั้นชามแบบโบราณ สมัยใหม่และการวาดชามไก่สุดวิจิตร งดงามและอ่อนช้อย ชมเตามังกรโบราณและโรงถ้วยขนมแห่งแรกของประเทศไทย รวบรวมไว้ที่นี่ที่เดียว 

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

ที่มาของชามตราไก่ลำปาง ผู้บุกเบิกในการทำชามตราไก่ในประเทศไทย คือ ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน โดยเมื่อปี พ.ศ.2498 ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) ได้ค้นพบแร่ดินขาวครั้งแรกที่บ้านปางค่า อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ผลิตถ้วยขนมและถ้วยตะไลด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม และส่งออกไปทั่วประเทศ

ปัจจุบันสินค้าของธนบดี มีการส่งออกไปยังตลาดโลกมากกว่า 70 ประเทศ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา ด้วยการออกแบบสินค้าเอง และอีกร้อยละ 30 เป็นการจัดจำหน่ายในประเทศ ผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศและผ่านเว็บไซต์ของธนบดี

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

16.00 น.  อิสระให้ท่านเที่ยวชมถ่ายเซลฟี่เช็คอิน “สตรีทอาร์ต ลำปาง ปลายทางฝัน” หรือ โครงการริเวอร์ สตรีทอาร์ต (River Street Art) ตามแคมเปญ “ลำปาง ปลายทางฝัน” ภายใต้ปฏิบัติการ “เดินหน้าลำปาง สร้างสรรค์ ปันสุข 2561”  ที่ระดมศิลปินมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต ช่วยกันร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวังในตัวเมืองลำปาง บริเวณสะพานรัษฎาฯ และกาดกองต้า ถนนคนเดินเก่าแก่ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองลำปาง ซึ่งภาพสตรีทอาร์ตดังกล่าวแฝงไปด้วยเรื่องราวความน่ารัก รวมถึงภาพที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นจังหวัดลำปางได้เป็นอย่างดี 

ภาพวาดส่วนใหญ่อยู่บริเวณฐานสะพานรัษฎาภิเศก ถนนเลียบริมแม่น้ำวังฝั่งใต้ ใกล้ถนนตลาดเก่าหรือกาดกองต้า อีกจุดหนึ่งคือต้นถนนทิพย์วรรณ ติดถนนตลาดเก่าเช่นกัน (ตรงเข้าไปจะเป็นสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี) เพิ่มเติมภาพสตรีทอาร์ทอีกหนึ่งชุดใหญ่ที่คนส่วนใหญ่มักจะเดินไปไม่ถึง เป็นภาพโขลงช้างสีสันสดใส กับดงต้นกล้วย ที่อยู่บริเวณหลังจวนผู้ว่า ติดกับสะพานช้างเผือก ซึ่งอยู่ถัดจากสะพานรัษฎาภิเศกไปไม่ไกล นอกจากภาพโขลงช้างยังมีภาพอื่นๆ ให้ถ่ายรูปเก๋ๆ อีกเพียบ

จากนั้นนำท่านเช็คอินถ่ายรูป สะพานรัษฎาภิเศก แลนด์มาร์คคู่บ้านคู่เมืองลำปาง สะพานรัษฎาภิเศก หรืออีกชื่อเรียกคือ สะพานขาว มีอายุมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ลักษณะของสะพานจะเป็นสีขาว ทรงโค้งแบบคันธนู ทั้งหมด 4 โค้งด้วยกัน ทอดยาวผ่านแม่น้ำวัง ใช้สำหรับเป็นเส้นทางสัญจรไปมาของชาวเมืองลำปาง

สะพานรัษฎาภิเศก

สะพานรัษฎา เป็นสะพานร่วมสมัยกับยุคอารยธรรมรถไฟ ผ่านยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้สะพานนี้รอดพ้นจากระเบิดก็คือการทาสีพรางตา  แต่เมื่อก่อนนั้นจะเป็นสะพานไม้เสริมเหล็ก จนมีการสร้างใหม่ในปี พ.ศ. 2460 ส่วนชื่อเรียกนั้น นอกจาก สะพานขาว (ขัวขาว) ก็มีอีกหลายชื่อ ทั้ง ขัวสี่โก๊ง (สะพานสี่โค้ง) ขัวหลวง (สะพานใหญ่) ซึ่งถือว่าสะพานนี้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่คงทนมากๆ เพราะสะพานในลักษณะนี้ไม่มีเหลืออยู่อีกแล้วในปัจจุบัน และด้วยความที่ สะพานรัษฎาภิเศก นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของถนนคนเดินกาดกองต้า ถนนคนเดินชื่อดังของลำปาง ทำให้เป็นจุดเช็คอินที่หลายๆ คน ต้องมา แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะสังเกตได้อย่างชัดเจนเลย คือ สัญลักษณ์ที่อยู่บนเสาสี่ต้น โดยจะตั้งอยู่ตรงหัวสะพานฝั่งละสองต้น มีทั้งพวงมาลายอดเสา ที่สื่อถึงการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ส่วน ครุฑหลวงสีแดง ก็หมายถึงตราสัญลักษณ์แห่งแผ่นดินสยามสมัยรัชกาลที่ 6 และ ไก่ขาว ที่หมายถึงสัญลักษณ์ประจำเมืองลำปาง เป็นเหมือนอีกสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ในหลายยุคหลายสมัยเอาไว้ และเปรียบเสมือน สะพานพี่สะพานน้อง กับสะพานทาชมภู ในจังหวัดลำพูน ที่มีลักษณะการก่อสร้างแบบเดียวกัน  

17.00 น. นำท่านเที่ยวชม ถนนคนเดิน กาดกองต้า แลนด์มาร์คประจำของเมืองลำปาง อิสระให้ท่านเดินเที่ยวจับจ่ายใช้สอย ของกิน ของใช้ อย่างมากมาย ในทุกคืนวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึง 4 ทุ่ม   และเดินชมความสวยงามและเอกลักษณ์ ของอาคารบ้านเรือนในบริเวณ กาดกองต้า ที่มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเป็นยุโรป   จีน และ เมียนม่า ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยบ้านเรือนหลากหลายแบบ  ทั้งเรือนไทย เรือนล้านนา บ้านแบบเมียนม่า  บ้านแบบจีน  หรือแม้กระทั่ง บ้านแบบขนมปังขิง แบบฝรั่งตะวันตก ให้ท่านได้ถ่ายรูปชิคๆ คู่บ้านเรือนในระแวกนี้

กาดกองต้า หรือ ตลาดจีน เป็นที่ตั้งของตลาดนั้น จะมีอาคารโบราณอายุกว่าร้อยปี ที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ส่วนคำว่า กาดกองต้า นั้น มีความหมายว่า ตลาดตรอกท่าน้ำ เรียกตามที่ตั้งที่อยู่ขนานกันกับลำน้ำวัง 

18.00 น.  รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านขนมจีนป้าบุญศรี ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยฉบับพื้นเมืองสุดอีกร้านหนึ่งของลำปาง รสชาติอาหารพื้นเมืองเหนือ ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากลูกค้า และอยู่คู่ลำปางจนใครต่อใครต่างรู้จักร้านนี้เป็นอย่างดี เมนูเด็ดแนะนำ ได้แก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวข้าวซอย ข้าวกั๊นจิ๊น เป็นต้น


วันที่ 5:    วัดศรีรองเมือง - หอปูมละกอน - อินทราเอาท์เลท – ท่าอากาศยานลำปาง - กรุงเทพฯ

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก และเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมความสวยงาม

08.30 น.  นำท่านชมศิลปกรรมพม่าที่ วัดศรีรองเมือง เดิมชื่อ วัดท่าคะน้อยพม่า เป็นวัดพม่าอีกที่หนึ่งของเมืองลำปางที่มีความสวยงาม สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2446  โดยคหบดีชาวพม่าที่เข้ามาทำไม้ในเมืองลำปาง ก่อสร้างโดยช่างฝีมือพม่าเมืองมัณฑะเลย์ ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 7 ปี ภายในมีศิลปะพม่าที่น่าสนใจคือ ตัววิหารสร้างด้วยไม้สัก หลังคาซ้อนเป็นชั้นๆแบบพม่า มีลายฉลุบนสังกะสี ใช้ประดับบนจั่วและเชิงชายคา ส่วนเสาไม้ในวิหารประดับด้วยกระจกหลากสี

เดิมภายในวัดศรีรองเมืองมีทั้งวิหารใหญ่และวิหารน้อย สำหรับวิหารน้อยนั้นมีอยู่ถึง 9 หลัง แต่ปัจจุบันวิหารน้อยเหล่านั้นปรักหักพังไปจนหมดสิ้น จึงเหลืออยู่เพียงวิหารใหญ่ซึ่งเป็นวิหารประธานของวัดเพียงหลังเดียว ปัจจุบันวัดมีอายุประมาณ 118 ปี  ภายในวิหารมีเสาไม้ตกแต่งด้วยศิลปะการปั้นรักเป็นลวดลายเครือดอกไม้ พันธุ์พฤกษา แล้วประดับด้วยกระจกหลากสี โดยเฉพาะเสาหน้าพระประธานจะปั้นรักเป็นรูปเทพารักษ์ คน ยักษ์ วานร และสัตว์ป่า เหมือนในป่าหิมพานต์

วัดศรีรองเมือง

09.30 น.  จากนั้นนำท่านเดินทางไป ชมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวลำปาง พิพิธภัณฑ์ “หอปูมละกอน” ถือเป็นสถานที่สำคัญ ที่รวบรวมข้อมูล เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ชาวลำปาง สาธารณชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงรากเหง้า และตระหนักในความสำคัญของนครลำปาง ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจ หน้าที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดให้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อสนองตอบความต้องการแหล่งเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งสะสมความรู้ ข้อมูล มีบทบาทหน้าที่ที่ต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงาน องค์กร และสถาบันต่าง ๆ และจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้เพลิดเพลิน และพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี

หอปูมละกอน

เทศบาลนครลำปาง ได้ดำเนินการปรับปรุงภายในอาคารสำนักงานเทศบาลนครลำปาง (อาคาร1) เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เรื่องราวต่างๆ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นศูนย์รวมความภาคภูมิใจในความเป็นท้องถิ่น และนครลำปาง และเพื่อความเหมาะสมเป็นเอกลักษณ์ มีความหมาย เข้าใจง่ายตรงกัน จึงให้ใช้ชื่ออาคารดังกล่าวว่า “หอปูมละกอน” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต แห่งแรกของจังหวัด

10.30 น.  ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ นำท่านแวะซื้อของฝาก อินทราเอาท์เลท (Indra outlet) ศูนย์จำหน่ายเซรามิคและเป็นโรงงานผลิตอันดับ 1 ที่ใหญ่ที่สุดในลำปาง ที่มีการส่งออกไปขายต่างประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป  อินทราเอาท์เลท แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องเซรามิค มีตั้งแต่ชามตราไก่ จนไปถึงของฝากเกรดพรีเมี่ยม และมีลวดลายหลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อ

ด้านนอกอาคาร ท่านสามารถเดินชมและถ่ายรูปประติมากรรมเซรามิกต่างๆเป็นที่ระลึก เช่น เมืองจำลองลำปางเซรามิก 13 แห่ง ชามไก่ยักษ์ ปิรามิดกาน้ำ อนุสาวรีย์ไก่ขาว นายคึกคัก...รถม้าลำปาง ตุงเปิ้งดินเผาเวียงละกอน และอื่นๆ นับเป็นอีกหนึ่งในความภูมิใจของเรา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “อินทราเอาท์เลท จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทัศนศึกษาและศูนย์จำหน่ายเซรามิกอันดับ 1 ของภาคเหนือ”

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านครัวรันเวย์ เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับรันเวย์ของสนามบินลำปาง เมนูแนะนำ เป็น Signature ของร้านนี้คือ น้ำพริกคุณยายสะอาด+ไข่ต้ม และอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาด กุ้งซอสมะขาม กุ้งแม่น้ำไซส์มาตรฐานทอดกรอบ, เมี่ยงปลาทู, แกงคั่วหอยขม, ปลากะพงทอดน้ำปลา, ไก่เมืองอบขมิ้น และอีกหลากหลายเมนู

12.30 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไปยังท่าอากาศยานลำปาง

14.20 น.  ออกเดินจากท่าอากาศยานลำปาง สู่ กรุงเทพมหานคร  โดยสายการบิน นกแอร์ / DD165

15.40 น.  เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

 

หมายเหตุ: รายการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ


อัตราค่าเดินทางวันธรรมดา

วันเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน  ราคาท่านละ เด็กอายุ 3 – 9 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ (มีเตียงเสริม) พักท่านเดียว ชำระเพิ่มท่านละ
25 - 30 เมษายน 2564  16,900 16,900  2,000
20 – 24 มิถุนายน 2564  16,900 16,900  2,000
4 – 8 กรกฎาคม 2564  16,900 16,900  2,000

 

อัตราค่าเดินทางวันหยุด และ วันหยุดนักขัตฤกษ์

วันเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน  ราคาท่านละ เด็กอายุ 3 – 9 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ (มีเตียงเสริม) พักท่านเดียว ชำระเพิ่มท่านละ
30 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2564 (วันแรงงานและวันฉัตรมงคล) 17,500 17,500 2,500
5-9 พฤษภาคม 2564  17,200 17,200 2,200
2 - 6 มิถุนายน 2564 (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี) 17,500 17,500 2,500
24 - 28 กรกฎาคม 2564 (ชดเชยวันอาสาฬหบูชาและวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) 17,500 17,500 2,500
11 - 15 สิงหาคม 2564 (วันแม่แห่งชาติ) 17,500 17,500 2,500


*** ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากวันที่เดินทางตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ***

จองทางไลน์ จองทางเฟสบุ๊ค ดาวน์โหลดรายการ

 

เงื่อนไขสินค้า

อัตราค่าบริการนี้รวม อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ตั๋วรถไฟนอนปรับอากาศ ชั้น 1 (ขาไป) ขบวนพิเศษ 9 สถานีหัวลำโพง – สถานีขุนตาน จ.ลำพูน
  • ตั๋วเครื่องบิน (ขากลับ) สายการบิน นกแอร์ (Nok Air) เส้นทาง ลำปาง – ดอนเมือง ชั้นประหยัด รวมน้ำหนักโหลดสัมภาระ 15 กก.
  • รถตู้ปรับอากาศ (10 ที่นั่ง) ท่องเที่ยวในจังหวัดลำพูนและลำปางตามรายการ พร้อมคนขับที่ชำนาญทางเป็นอย่างดี
  • มัคคุเทศก์ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ที่พักในลำพูน 1 คืน และ ที่พักในลำปาง 2 คืน ห้องธรรมดา พักห้องละ 2 ท่าน ตามรายการหรือเทียบเท่าพร้อมอาหารเช้า
  • อาหารตามรายการที่ระบุ 8 มื้อ
  • กิจกรรม Workshop ทำชามตราไก่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
  • บริการน้ำดื่มวันละ 2 ขวดต่อท่าน
  • ของสมนาคุณ Hygiene Travel Kit เช่น หน้ากากอนามัย, เจลแอลกอฮอลล้างมือ, สเปรย์แอลกอฮอล์ ฯลฯ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าเข้าอุทยานตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (หากอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง 50%) ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าอาหาร นอกเหนือจากรายการที่ระบุ
  • ค่ารถ หรือ ค่าตั๋วเครื่องบินจากทุกเส้นทาง และค่าเดินทางมาที่จุดนัดพบ
  • ค่ามินิบาร์ในห้องพัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีที่เกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว)
  • ค่าธรรมเนียมสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องชำระเพิ่ม อาทิ ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ
  • ค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว ที่เกิดจากผู้เดินทางเอง
  • ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการชำระเงิน

  1. กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 2,000 บาท  หลังทำการจอง ภายใน 48 ชม. จึงจะถือว่าเป็นการจองที่สมบูรณ์
  2. กรุณาชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนวันเดินทาง

การยกเลิกและคืนค่าทัวร์

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน ทางบริษัทคืนเงินค่ามัดจำเต็มจำนวน
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำ
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 7 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • กรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือ ค่าทัวร์ทั้งหมด ไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ
  • ในบางกรณีเมื่อผู้สนใจจองโปรแกรมทัวร์แล้ว ซึ่งทางทีมงานจะต้องส่งเงินมัดจำไปมัดจำค่าที่พักและยานพาหนะทันที ดังนั้นจากภาระดังกล่าวทีมงานจึงขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากผู้จอง
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ

  • ราคาที่แจ้ง สำหรับการเดินทางพร้อมกันอย่างน้อย ผู้ใหญ่ 6 ท่าน และไม่เกิน 8 ท่าน ต่อ รถตู้ 1 คัน
  • กรุณาพิจารณาโปรแกรมการเดินทางให้ละเอียดก่อนทำการจอง
  • กรุณาปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ เพื่อเป็นไปตามมาตรฐาน SHA (มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย) และเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว
  • การเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมีจำนวน 8 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าวทางบริษัทฯ
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทาง หรือยกเลิกการเดินทาง
  • รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ การเมือง และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช่จ่ายใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน การประท้วง การนัดหยุดงาน การเมือง หรือการจราจร รวมถึงภัยธรรมชาติ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ และพนักงานมัคคุเทศก์


ข้อแนะนำสำหรับการเดินทาง ในช่วง New Normal
- มาตรการการให้บริการบนรถตู้ -
1. สมาชิกต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง ทางบริษัทฯ จะทำการแจกหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ลูกค้าทุกท่าน
2. ก่อนขึ้น-ลงรถทุกครั้ง ทางบริษัทฯจะมีมาตรการ วัดไข้ตรวจอุณหภูมิ และ ให้ท่านล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนขึ้นรถ
3. กรุณากรอกรายละเอียดแบบฟอร์ม ต.๘-คค (ทางบริษัทพิมพ์แบบฟอร์มนี้ให้ทุกท่าน เมื่อท่านกรอกแล้วกรุณาส่งคืนให้ จนท.บริการบนรถ)
4. น้ำดื่ม/น้ำเปล่า แจกให้วันละ 1 ขวด
5. ทางบริษัทขออนุญาต งดแจกขนม-อาหารว่าง ระหว่างที่อยู่บนรถ