กลับด้านบน เพิ่มเพื่อนคลิก! @buynoww คลิกโทร 02-653-2050

นั่งรถไฟหรูระดับ VIP ขบวน SRT Prestige เที่ยวกาญจนบุรี 1 วัน

นั่งรถไฟสุดหรู “SRT Prestige” เที่ยวกาญจนบุรี

ที่นั่งพรีเมี่ยมคลาส สะดวกสบายเที่ยวเมืองประวัติศาสตร์  เดินทางวันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย. 2564 (มีกรุ๊ปเดียวเท่านั้น)

Trip Highlight
  • สัมผัสประสบการณ์นั่งรถไฟหรู ชั้นที่นั่ง PREMIUM Class (โบกี้เฉพาะคณะ)
  • นมัสการ "องค์พระปฐมเจดีย์" เจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
  • ชมและถ่ายภาพ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" สะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ
  • นั่งรถไฟชมเส้นทางประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 กับ “ทางรถไฟสายมรณะ” และ “ถ้ำกระแซ” อันโด่งดัง
  • ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่เขียวขจี "น้ำตกไทรโยคน้อย" 
  • ย้อนรอยเมืองแห่งวัฒนธรรม และวิถีชนสยามในยุครัชกาลที่ ๕ "ณ เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔"
  • อิ่มอร่อยกับอาหารขึ้นชื่อ จ. นครปฐม และ จ. กาญจนบุรี ตามแบบฉบับบายนาว

ราคาพิเศษ:

  • PREMIUM Class 2,600. - บาท/ท่าน  (จากราคาปกติ 2,990. - บาท/ท่าน)

บรรยาย: ภาษาไทย / English
ระยะเวลา: 1 วัน

วันเดินทาง: วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2564

กดแอดไลน์รับคูปอง 300 บาท

กดแอดไลน์เพื่อรับคูปอง คลิก

คูปองหมดเขต 31 มีนาคม 2564

  

BOOKING

Seat Available Month Period Depart Return Airline Price Booking
35 April 25-25Apr 2021
(One day trip)
-
06:30-11:30
-
16:50-19:30
ปกติ 2,990 บาท
2,600 THB
จอง
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้ กรุณาติดต่อเราได้ที่ โทร. 02 653 2050 / อีเมล sales@buynoww.com / Line Official: @buynoww / Facebook: @buynowtravelworld

 “Getaway Holidays ขอนำท่านเดินทางไปเที่ยวจังหวัดนครปฐมและกาญจนบุรีโดยรถไฟหรู SRT Prestigeของการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางข้ามสะพานแม่น้ำแคว และตามเส้นทางรถไฟที่ทหารญี่ปุ่นให้เชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่สองสละเลือดเนื้อสร้าง เที่ยวชมน้ำตกไทรโยค และรับประทานอาหารกลางวัน อิ่มอร่อยกับอาหารรสชาติดั้งเดิม จากนั้นนำท่านย้อนอดีตสู่ยุค ร.ศ. ๑๒๔ เยี่ยมชมเมืองมัลลิกา ที่จำลองสถานที่และวิถีชีวิตของชาวรัตนโกสินทร์ในยุคตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา ลองนั่ง”รถเจ๊ก” ชมเมืองกรุงเทพฯในย่านโบราณต่างๆ

โปรแกรมการเดินทาง

05.45 น. คณะพร้อมกันที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เจ้าหน้าที่บริษัท บายนาว จำกัด คอยให้ต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน พร้อมแจกชุดเพื่อสุขอนามัยของท่าน Travel Safety Kit ไว้สำหรับท่านละ 1 ชุด  หลังจากนั้นเชิญท่านพักผ่อนอิสระตามอัธยาศัยหรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

06.30 น. รถไฟออกจากสถานีกรุงเทพฯ (สถานีหัวลำโพง) มุ่งหน้าสู่ จ. กาญจนบุรี ด้วย รถไฟหรูที่นั่ง Premium Class สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย (ใช้เวลาในเดินทางประมาณ 5 ชม.)

SRT Prestige

"ขบวนรถไฟที่ยกระดับเดินทางแบบใหม่กับรถพิเศษคือ รถไฟ SRT Prestige "ชุดเกียรติยศรถไฟไทย" รถไฟระดับเฟิร์สคลาส มีลักษณะต่างจากรถไฟทั่วไป คือ ขบวนรถนี้ดัดแปลงมาจากรถโดยสารปรับอากาศเจอาร์-เวสที่ญี่ปุ่นมอบให้ไทย ปรับแต่งเป็นชุดขบวนรถพิเศษเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ประชุมสัมมนาย่อย ไปทุกจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ SRT Prestige เป็นรถโดยสารชุดใหม่สีน้ำเงินคาดทอง ภายในตกแต่งด้วยวัสดุไม้และไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างเหลืองทอง ทำให้ทั้งขบวนรถมีความแวววาวของสีทอง เบาะที่นั่งทำจากวัสดุที่ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง"

Premium Class - พรีเมี่ยม คลาส

เป็นห้องโดยสารที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 110 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วย เก้าอี้โดยสารที่สามารถปรับพนักเอนนั่งได้สบาย สามารถหมุนเก้าอี้โดยสารได้โดยรอบทิศทาง จะปรับหันที่นั่งหมุนเข้าหากันก็ได้ ภายในห้องโดยสารมี เคาน์เตอร์บาร์สำหรับบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีห้องคาราโอเกะส่วนตัว ที่จะทำให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวทางรถไฟเป็นการเดินทางที่พิเศษกว่าที่นั่งแบบเดิมๆทั่วไป ให้คุณได้สัมผัสทัศนียภาพสองข้างทาง เพื่อเก็บภาพความทรงจำของความเป็นเมืองไทยได้อย่างใกล้ชิด และไม่เหมือนใคร

รถไฟหรู SRT Prestige ที่นั่ง PREMIUM Class

07.00 น. บริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และน้ำดื่ม ระหว่างทาง อิสระตามอัธยาศัยทัศนาทิวทัศน์สองข้างทาง และนี่คือเสน่ห์ของการนั่งรถไฟในระดับ See Level สังสรรค์กับเพื่อนร่วมทาง ครอบครัว หรือคนรักของท่านตามอัธยาศัย

07.40 น. เดินทางถึงสถานีนครปฐม นำท่าน นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีจุดเด่นที่สำคัญคือ พระปฐมเจดีย์ หรือ พระธมเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย (ให้ท่านได้เดินเลือกซื้อของได้ 40 นาที)

นั่งรถไฟเที่ยวพระปฐมเจดีย์ นั่งรถไฟเที่ยวพระปฐมเจดีย์ 

08.20 น. ขบวนรถไฟออกเดินทาง จากสถานีนครปฐม มุ่งหน้าตรงสู่ จ.กาญจนบุรี

บริการอาหารเช้าบนรถไฟ:
ข้าวหมูแดงหมูกรอบนครปฐม หรือ ข้าวหน้าเป็ดจาก “ร้านตั้งฮะเส็ง” ร้านดั้งเดิม และร้านแรกใน จ. นครปฐม เป็นร้านเก่าแก่ เปิดขายมานานกว่า 70 ปี รสชาติอร่อยกลมกล่อม นำมาเสิร์ฟให้ท่านถึงที่ ไม่ต้องต่อคิว
ข้าวหลามนครปฐมในตำนานจาก “ร้านข้าวหลามแม่ลูกจันทร์” ที่เปิดขายมากกว่า 100 ปี!!! พิเศษกับข้าวหลามบะจ่าง แห่งเดียวที่ต้องชิม
พร้อมบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำดื่ม และน้ำผลไม้

09.35 น. เดินทางถึง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ให้นักท่องเที่ยวชม และถ่ายภาพสะพานข้ามแม่น้ำแควตามอัธยาศัย สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสาย ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง เชิญท่านเก็บภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย

นั่งรถไฟเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว นั่งรถไฟเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว นั่งรถไฟเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว 

10.00 น. รถไฟออกเดินทางจาก สะพานข้ามแม่น้ำแคว

11.00 น. ขบวนรถไฟวิ่งผ่าน สถานีรถไฟถ้ำกระแซ เป็นสถานีรถไฟที่ได้รับความนิยมของการชมเส้นทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำกระแซอยู่ห่างจากสถานีนี้เพียงเล็กน้อย ตั้งอยู่ริมหน้าผาใกล้กับทางรถไฟ เคยเป็นที่พักของเชลยศึกในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า ถ้ำกระแซ ถือเป็นจุดชมวิวที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี เป็นเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุด และอันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ - น้ำตก หรือที่เรียกกันว่า "เส้นทางรถไฟสายมรณะ”

นั่งรถไฟเที่ยวทางรถไฟสายมรณะถำ้กระแซ

ทางรถไฟสายมรณะสายนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชีย ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้างเพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตกระยะทางจาก สถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร

“หากนับหมอนหนุนรางรถไฟมีเท่าไหร่ จำนวนผู้คน-เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้าง ทางรถไฟ สายนี้ก็ตายไปเท่านั้น”

นี่คือคำเล่าขานถึงเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า ระยะทางกว่า 415 กิโลเมตรนี้ จนได้รับการขนานนามว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” (The Death Railway)

นั่งรถไฟเที่ยวทางรถไฟสายมรณะถำ้กระแซ นั่งรถไฟเที่ยวทางรถไฟสายมรณะถำ้กระแซ

11.30 น. ขบวนรถไฟเดินทางถึง สถานีน้ำตก เจ้าหน้าที่นำคณะลงจากขบวนรถไฟที่สถานีนี้ จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถโดยสารเป็นรถตู้ปรับอากาศ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง (คันละ 8 – 10 ท่าน)

นำท่านแวะชม น้ำตกไทรโยคน้อย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านานเหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบน หน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมาจนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้ นานาชนิดเป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มากมีเพียงชั้นเดียว ในฤดูฝนจะมีน้ำค่อนข้างเยอะกว่าฤดูแล้งซึ่งจะไม่มีน้ำ

นั่งรถไฟเที่ยวทางรถไฟสายมรณะถำ้กระแซ

12.00 น.       สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร

12.30 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังริมแม่น้ำแคว

13.30 น. หลังจากอิ่มหน่ำสำราญจากอาหารมื้อกลางวันกันแล้ว นำท่านเที่ยวชม “เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔” เมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชน เมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ซึ่งในปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองท่านานาชาติที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประเพณี การผสมผสานทางวัฒนธรรมนำมาซึ่งแบบแผนการใช้ชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะ หลายคนนิยามยุคสมัยนี้ว่าเป็นยุคทองแห่งความศิวิไลซ์

วันนี้เราจะพาท่านเดินเล่น เที่ยวเมืองจำลอง ย้อนรอยอดีตแห่งความทรงจำของสยามประเทศ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นสยาม มีความวิจิตรบรรจง มีความสงบร่มเย็น ภายใต้พระบรมโพธิสมภารแห่ง สมเด็จพระปิยมหาราช แห่งสยามประเทศ ที่ทรงคุณูประการกับบรรพบุรุษของชาวสยามในยุคปัจจุบัน ให้ท่านได้ใช้ชีวิตแบบคนในยุคนั้นจริงๆ ทั้งบ้านเรือน อาหาร ของใช้ และการใช้ภาษาแบบดั้งเดิม บรรยากาศบ้านเมืองและผู้คน ของสยามประเทศเมื่อครั้งเก่า ที่เต็มไปด้วยรากเหง้าดั้งเดิมที่กำลังก้าวรับความเป็นสมัยใหม่ พร้อมเก็บภาพสวยงามตามจุดต่างๆ เป็นที่ระลึก

รู้หรือไม่รถเจ๊ก เคยเป็นรถไฮโซ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ !

 

พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (พุก โชติกพุกกะณะ) ซึ่งมีสำเภาค้าขายกับจีน ได้นำรถสองล้อที่มีคนลากเข้ามาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานแก่เจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่  จึงกลายเป็นสิ่งที่โก้หรูของบางกอก เป็นที่นิยมในกลุ่มไฮโซ เพราะคนสามัญทั่วไปไม่มีวาสนาจะได้นั่ง มีแต่ขุนนางและเจ้าสัวเท่านั้นที่ใช้แทนเกี้ยวคานหามหรือรถม้าต่อมามีพ่อค้าจีนได้สั่งรถลากนี้เข้ามาทำเป็นรถรับจ้าง และรับส่งสินค้าเล็กๆในกรุงเทพฯ  ส่วนคนลากก็ใช้คนจีนด้วยกันที่อพยพเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆและหางานอื่นทำยังไม่ได้  รถลากนี้จึงกลายเป็นรถมวลชนที่คนทั่วไปนั่งได้ในราคาถูก  คนทั่วไปจึงเรียกว่า “รถเจ๊ก”และในเวลาต่อมาจึงมีผู้นำรถสามล้อเข้ามาซึ่งเรายังคงเห็นกันในต่างจังหวัดอยู่จนทุกวันนี้ (อัตราค่าทัวร์ยังไม่รวมค่านั่งรถเจ็ก)

“การแต่งกายชุดไทย” ที่เมืองมัลลิกานั้นมีให้ท่านได้เลือกชุดไทยได้หลากหลายรูปแบบและสีสัน ทั้งชายและหญิง อัตราค่าเช่าชุดจะเริ่มต้นที่ ๑๕๐-๓๐๐ บาท (อัตราค่าทัวร์ยังไม่รวมค่าเช่าชุดไทย)

 

เงินรูเป็นเงินตราที่ใช้สมัยโบราณทั้งอยุธยาและสุโขทัย และได้นำมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในเมืองมัลลิกา ภายในจะมีธนาคารแลกเงิน ชื่อว่า “แบงค์สยามกัมมาจล” ให้ท่านสามารถแลกเงินเพื่อใช้จ่ายในเมืองมัลลิกา แบงค์สยามกัมมาจลในอดีต ก็คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน เชิญท่านจับจ่ายใช้สอยตามตลาดร้านค้าในเมืองมัลลิกา ด้วยเงินรูตามอัธยาศัย (มีเงินขวัญถุง (เงินรู) ให้ทุกท่าน จำนวน 100 บาท หรือ 20 สตางค์)

 แบงค์สยามกัมมาจล เงินขวัญถุง เมืองมัลลิกา

“ย่านการค้า” ที่แสดงให้เห็นถึงความศิวิไลซ์ในยุคนั้น มีการค้ามากมาย มีความวิจิตรบรรจง กับขนม และ อาหารการกินที่ รวมถึงเครื่องใช้สอยที่แปลกตา สำหรับคนรุ่นใหม่ ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาไม่ว่าจะเป็นภาชนะที่ง่ายต่อการทำความสะอาดและปลอดภัยจากสารเคมีเยี่ยงปัจจุบัน

              

ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดเกล้าให้เจ้าพนักงานปักเสาและมีกระดานข้างบนหันได้สำหรับคนเดินข้ามคลองรอบกรุงตรงแถวถนนหน้าวัดสามปลื้ม หรือวัดจักรวรรดิ์ เข้ามาในพระนคร และถ้ามีเรือเสาเข้ามาจากทะเลจะเข้าคลองนั้น ก็จะได้หลีกให้เสาเรือลอดเข้าลอดออกเหมือนสะพานที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อสะพานเกิดชำรุดลง เจ้าพนักงานก็ทำสะพานขึ้นมาใหม่ตรงสะพานหันเดิม พร้อมๆกันกับสะพานเหล็กที่สร้างขึ้นในที่อื่น แต่ผู้คนก็ยังคงเรียกสะพานใหม่ตรงนั้นว่า “สะพานหัน” อีก และไม่ยอมเปลี่ยนไปเรียกชื่ออื่น

สะพานหัน เป็นสะพานข้ามคลองโอ่งอ่างไปสำเพ็ง  ทางเข้าอยู่ที่ถนนมหาไชยซึ่งเริ่มจากถนนราชดำเนินตรงป้อมมหากาฬ ตัดถนนบำรุงเมือง ถนนเจริญกรุง มาถึงพาหุรัด เป็นถนนที่สำคัญสายหนึ่ง มีวังบูรพาเป็นศูนย์กลาง  ชื่อถนนก็ได้มาจากชื่อป้อมมหาไชยที่อยู่หน้าวังบูรพานั่นเอง แถบพื้นที่สะพานหันในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นบ้านเรือนอาศัยถ้าไม่เป็นของบรรดาพระยา คุณพระ คุณหลวง ก็เป็นของพวกคหบดีคนไทยและเจ้าสัว และมีวิกลิเกดังของหลวงสันทนาการกิจ นอกจากนั้นยังมีพวกแขกขายผ้าและคนจีนอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนขึ้นสะพานหัน สองข้างเป็นร้านขายผลไม้ต่างประเทศเช่นแอปเปิ้ล สาลี่ องุ่น เครื่องกระป๋อง ฯลฯ มีห้างเสรีวัฒน์ขายของจากต่างประเทศรวมสุราและไวน์ด้วย ย่านนี้เป็นย่านไฮโซเพราะขายของราคาแพงทั้งนั้น พวกแม่ค้าก็จะพูดจาไพเราะท่านเจ้าคะ ท่านเจ้าขา เพราะผู้ดีเขาไม่ต่อรองราคากันมากมาย เพียงแต่ว่าให้ลดราคาพิเศษเพราะเป็นขาประจำกันทั้งนั้น  คนต่างถิ่นไปต่อราคากันแม่ค้าก็ไม่ง้อไม่ขายเอาเลย

ตัวสะพานหันนั้นมาสร้างใหม่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยพื้นทำด้วยไม้ มีลูกระนาดคั่นเป็นชั้นๆขึ้นและลงไป ตัวสะพานเป็นร้านขายของ ทำเป็นห้องๆ มีร้านแขกขายผ้าเป็นพวกผ้ามุ้ง ผ้าลูกไม้ ผ้าสำลี เขาจะวางขายกันบนอัฒจันทร์เตี้ยๆ คนซื้อก็ขึ้นไปนังพับเพียบบนแท่นเลือกดูสินค้าและต่อรองราคากันเลย ทางลงสะพานมีร้านขายน้ำอบไทย ขายดอกไม้ธูปเทียวไว้ไหว้พระ ดอกไม้แห้ง และบ้างก็ร้อยมาลัยขาย พอเลยสะพานหันไปก็เป็นร้านขายผ้า ร้านขายทองแม่กิมลั้ง  และร้านขายเพชรแม่กิมตี่

รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงเปลี่ยนรูปแบบสะพานหันอีกครั้ง โดยทรงนำแบบมาจาก สะพานริยัลโต (Ponte de Rialto) ข้าม Grand Canal ที่เมืองเวนิซ ในประเทศอิตาลี่ นำมาสร้างเป็นสะพานพื้นไม้รูปโค้งกว่าปกติ บนสะพานมีห้องแถวเล็กๆสำหรับขายของทั้งสองฟาก ข้างละ 7 ห้อง ด้านบนมีหลังคาคลุมทั้งสองฟาก ส่วนตรงกลางเป็นทางเดินกว้างประมาณ 1.5 เมตร มีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในครั้งนั้น  สะพานนี้อยู่มาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ก็ถูกรื้อสร้างใหม่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กจนถึงปัจจุบัน  ทางกรุงเทพมหานครได้ทำการปรับปรุงเปิดให้เป็นถนนริมคลอง สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเดินเล่นยามเย็น

“หอชมเมือง” จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันมิให้นักโทษหนี ซึ่งที่เมืองมัลลิกา ใช้สำหรับชมเมือง ว่ามีทัศนียภาพที่ว่างดงามเพียงใด

“เรือนเดี่ยว” เป็นเรือนชาวบ้าน ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่เรือนนี้คือคนชนชั้นกรรมาชีพ มีหน้าที่ ผลิตปัจจัยเบื้องต้นในการยังชีพอันได้แก่ การทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก สีข้าว ทอผ้า จักสาน อันเป็นอาชีพทั่วไปของชนชั้นนี้

“เรือนคหบดี” เป็นเรือนคนมีฐานะ แสดงวิถีความเป็นอยู่ของชนชั้นปกครองซึ่งจะมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานวิจิตรที่จะใช้จริงในเมืองมัลลิกา และในบริเวนเรือนคหบดีนั้น ยังมีเรือนที่เป็นองค์ประกอบของเรือน คือ เรือนครัว ซึ่งต้องทำอาหารเลี้ยง บ่าวไพร่ที่มีเป็นจำนวนมาก โดยการหุงข้างเตากระทะ การประกอบอาหาร หวาน คาว สำหรับรับรองแขกเหรื่อ“โรงครัว” ประกอบด้วย โรงสี ยุ้งข้าว โรงเตรียม แสดงกรรมวิธีการฝัดข้าว สีข้าว ตำข้าว พร้อมทั้ง การหุงข้าวเตากระทะใบบัว แม่ครัวในโรงครัวนั้นต้องทำอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่จำนวนมาก และประกอบอาหารคาวหวาน เพื่อรับรองแขกเหรื่อ โดยเป็นการประกอบอาหารด้วยเตาถ่านทั้งสิ้น

“เรือนแพ” ในยุคสมัยนั้น การสัญจรไปมาส่วนใหญ่ใช้แม่น้ำดังนั้น ร้านค้าขายที่จะตั้งอยู่ริมน้ำเป็นส่วนใหญ่ซึ่งในเมืองมัลลิกาก็เช่นเดียวกัน จะมีเรือนแพสำหรับค้าขาย เป็นร้านกาแฟ “ตงฮู” ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ทันสมัยในยุคนั้นโดยการนำเข้าเมล็ดกาแฟสดจากต่างประเทศเข้ามา และเพื่อรองรับนักเดินทาง ก็จะมีร้านข้าวแกงทรงโปรดในเรือนแพนี้ด้วย อันร้านข้าวแกงทรงโปรดนั้น ทางเมืองมัลลิกาได้ นำเอาอาหารที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าทรงโปรดมา เพื่อให้ประสกนิกร และนักท่องเที่ยวได้เห็นความเรียบง่ายของอาหารที่ มหาราชของชนชาวไทยเสวยซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ง่ายแต่มีความอร่อยอย่างไทยแท้

“เรือนหมู่” เป็นเรือนสำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมือง ของคหบดีไทยซึ่งอาจเป็น ขุนนางผู้ทรงศักดิ์ หรือคหบดีผู้มั่งคั่ง ซึ่งในสมัยนั้น นิยมมีคณะนาฎศิลป์ เป็นของตนเอง สำหรับรับแขก ดังนั้นเมืองมัลลิกา จึงสร้างเรือนหมู่ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรือนหมู่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

15.45 น. สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ มุ่งหน้าสู่ สถานีรถไฟกาญจนบุรี

16.30 น. รถตู้ปรับอากาศ ส่งคณะที่สถานีกาญจนบุรี เพื่อขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ

16.53 น. ขบวนรถไฟออกเดินทางจากสถานีกาญจนบุรี สู่ กรุงเทพฯ ด้วย รถไฟ SRT Prestige สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย พร้อมบริการของว่าง

18.00 น. บริการอาหารค่ำบนรถไฟ ข้าวแกงกระทงหนองปลาดุก อาหารระดับ Signature Dish ของสถานีชุมทางหนองปลาดุก คือข้าวราดแกงใส่กระทงใบตอง (และเมนูนี้ยังมีโอกาสได้ทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย) ต่อด้วยเมนู ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาราชบุรีในตำนาน พร้อมเครื่องดื่ม ชา กาแฟ โกโก้ น้ำผลไม้ และน้ำดื่ม

19.25 น.       เดินทางถึง สถานีกรุงเทพฯ (สถานีหัวลำโพง) โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

__________จบรายการ__________

 

หมายเหตุ: รายการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


แผนผังที่นั่ง

ผังที่นั่ง PREMIUM Class

อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่หรือเด็ก

ราคาต่อท่าน / บาท

ที่นั่ง PREMIUM Class

2,600. –

(จากปกติ 2,990. ) 

หมายเหตุ: ที่นั่งให้บริการแบบจองก่อนมีสิทธิ์เลือกก่อน รีบจองกันนะคะ ที่นั่งจำนวนจำกัด

เงื่อนไขการชำระเงิน

1. กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 50% หลังจากที่ทำการจองภายใน 48 ชั่วโมง จึงจะถือว่าเป็นการจองที่สมบูรณ์

2. กรุณาชำระเงินยอดส่วนที่เหลือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 15 วันทำการ

  

เงื่อนไขสินค้า

 อัตราค่าเดินทางนี้รวม

  • รถไฟ SRT Prestige ที่นั่ง PREMIUM Class ไป-กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ – น้ำตก // กาญจนบุรี – กรุงเทพฯ
  • รถตู้ปรับอากาศ ท่องเที่ยวใน จังหวัดกาญจนบุรี ตามรายการ พร้อมคนขับที่ชำนาญทางเป็นอย่างดี (8 – 10 ท่าน/คัน)
  • บริการอาหารเช้าและเย็นบนรถไฟ และอาหารกลางวัน 1 มื้อ ณ ร้านอาหารท้องถิ่น
  • บริการน้ำดื่มท่านละ 2 ขวด/วัน
  • ของสมนาคุณ Hygiene Travel Kit เช่น หน้ากากอนามัย, เจลแอลกอฮอลล้างมือ, สเปรย์แอลกอฮอล์ ฯลฯ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในรายการ
  • เงินขวัญถุง (เงินรู (สตางค์)) สำหรับใช้จ่ายในเมืองมัลลิกา จำนวน 100 บาท หรือ 20 สตางค์
  • มัคคุเทศก์ คนขับรถ พนักงาน คอยอำนวยความสะดวกทุกท่านตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (หากอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง 50%) ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาทตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

 อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่ารถ หรือ ค่าตั๋วเครื่องบินจากทุกเส้นทาง และค่าเดินทางมาที่จุดนัดพบ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือจากรายการ ค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีที่เกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว), ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ค่าเช่าชุดไทย, ค่าเช่ารถลากหรือรถเจ็ก, เงินรูที่เกินกว่าจำนวนที่บริษัทแจ้งไว้ ในเมืองมัลลิกา
  • ค่าเช่ารถลาก หรือรถเจ๊ก
  • ค่าธรรมเนียมสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องชำระเพิ่ม
  • ค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว ที่เกิดจากผู้เดินทางเอง
  • ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 
  • ค่าทิปไกด์/หัวหน้าทัวร์ 100 บาท/ท่าน/วัน ทั้งนี้ตามความพึงพอใจของท่าน เป็นสินน้ำใจ


เงื่อนไขการชำระเงิน

  1. กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 50% หลังจากที่ทำการจองภายใน 48 ชั่วโมง จึงจะถือว่าเป็นการจองที่สมบูรณ์
  2. กรุณาชำระเงินยอดส่วนที่เหลือ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 15 วันทำการ


การยกเลิกและคืนค่าทัวร์

  1. ยกเลิก ก่อนการเดินทาง 30 วันทำการ บริษัทฯคืนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน
  2. ยกเลิก ก่อนการเดินทาง 15-29 วันทำการ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  3. ยกเลิก ก่อนการเดินทางน้อยกว่า 14 วันทำการ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  4. กรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุดจะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ
  5. ในบางกรณีเมื่อผู้สนใจจองโปรแกรมทัวร์แล้วซึ่งทางทีมงานจะต้องส่งเงินมัดจำไปมัดจำค่าที่พักและยานพาหนะทันทีดังนั้นจากภาระดังกล่าวทีมงานจึงขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากผู้จอง
  6. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้วถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืนไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


หมายเหตุ

  • กรุณาพิจารณาโปรแกรมการเดินทางให้ละเอียดก่อนทำการจอง
  • กรุณาปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ตามมาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย และเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว
  • การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้เดินทางตามจำนวนขั้นต่ำแต่ละรายการ หากผู้โดยสารไม่ครบจำนวนขั้นต่ำ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทาง หรือยกเลิกการเดินทาง
  • รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ การเมือง และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด


กรุณาส่งข้อมูลของผู้เดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ (สำคัญมาก) ดังนี้

  1. เลขที่บัตรประชาชนหรือเลขพาสปอร์ตของแต่ละท่าน เพื่อทำประกันการเดินทาง
  2. ชื่อ-นามสกุล (นาย-นาง-น.ส.-ด.ช.-ด.ญ.) เพื่อทำประกันการเดินทาง
  3. วัน เดือน ปีเกิด เพื่อทำประกันการเดินทาง
  4. ข้อจำกัดเรื่องอาหาร ผู้เดินทางท่านใดไม่กินอาหารอะไร ประเภทไหน
  5. เบอร์โทรศัพท์มือถือ ที่ติดต่อได้สะดวก ของตัวแทนครอบครัว


ข้อแนะนำสำหรับการเดินทาง ในช่วง New Normal

- มาตรการการให้บริการระหว่างเดินทางบนรถโดยสาร -

  1. สมาชิกต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทางทางบริษัทฯจะทำการแจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ลูกค้าทุกท่าน
  2. กรุณากรอกรายละเอียดแบบฟอร์ม.-คค (ทางบริษัทพิมพ์แบบฟอร์มนี้ให้ทุกท่านเมื่อท่านกรอกแล้วกรุณาส่งคืนให้จนท.บริการบนรถ)