แกรนด์ กาญจนบุรี 4 วัน 3 คืน ปิล๊อก-อิต่อง สังขละบุรี สะพานแม่น้ำแคว

แกรนด์ กาญจนบุรี 4 วัน 3 คืน

ปิล๊อก-อิต่องสังขละบุรี สะพานแม่น้ำแคว โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี 

Trip Highlight
  • พักผ่อนหย่อนใจ ณ บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก
  • พรมแดนเชื่อมระหว่างไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์
  • วัดวังก์วิเวการาม ศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ
  • เจดีย์พุทธคยา งดงามส่องแสงทองเด่นอร่าม ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา
  • ลงเรือล่องชม เมืองบาดาล เป็นสถานที่ที่น่าสนใจ มีเสน่ห์จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว "Unseen Thailand"
  • เยี่ยมชม โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี สถานที่ผลิตและจัดพิมพ์ธนบัตรแห่งแรกในประเทศไทย

ราคาเริ่มต้น: 12,500 บาท / ท่าน
บรรยาย: ภาษาไทย
ระยะเวลา: 4 วัน 3 คืน

วันเดินทาง: 10-13 ธันวาคม 2563 (วันรัฐธรรมนูญ)

*เดินทางแบบหมู่คณะ 9 ท่าน ด้วยรถตู้ปรับอากาศ

                                                            จองทางไลน์ จองทางเฟสบุ๊ค ดาวน์โหลดรายการ

BOOKING

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้ กรุณาติดต่อเราได้ที่ โทร. 02 653 2050 / อีเมล sales@buynoww.com / Line Official: @buynoww / Facebook: @buynowtravelworld

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี – น้ำตกจ๊อกกระดิ่น - เหมืองปิล๊อก หมู่บ้านอิต่อง - เขาเนินช้างศึก

06.00 น. คณะพบกันที่จุดนัดหมาย (เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งก่อนเดินทาง) โดยเจ้าหน้าที่นำเที่ยวของบริษัทคอยให้การต้อนรับท่าน และ เจ้าหน้าที่จะทำการแจกอุปกรณ์ Safety Hygiene Travel Kit ให้กับทุกท่าน ท่านละ 1 ชุด เพื่อใช้สำหรับการเดินทาง

06.30 น. คณะออกเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศมุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

เช้า บริการอาหารเช้า ข้าวเหนียวหมู หรือ แซนด์วิช (1) ให้ท่านได้รับประทานระหว่างเดินทาง

11.30 น. แวะถ่ายภาพ จุดชมทิวทัศน์ทางขึ้นเหมืองปิล๊อก ไว้เป็นที่ระลึก จุดชมวิวนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวของทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม รวมถึงยอดเขาช้างเผือก ป่าดงดิบ เขาหินปูน ตามป้ายที่ตั้งอยู่ด้านหน้า อาทิ บ้านท่าแพ เทือกเขาท่าขนุน เจดีย์วัดเขาน้อย เป็นต้น

11.50 น. ออกเดินทางสู่ หมู่บ้านปิล๊อก (ประมาณ 35 นาที)

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (2) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น ณ หมู่บ้านปิล๊อก

นำท่านเช็คอิน เก็บสัมภาระ ณ ที่พัก เลิฟปิล๊อก โฮมสเตย์ (หรือที่พักเทียบเท่า) ที่พักบ้านอีต่องท่ามกลางขุนเขาช้างเผือกและบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ ด้านหน้าของที่พักเป็นระเบียงติดริมน้ำ ให้ท่านได้นั่งชมสายหมอกและขุนเขาได้แบบเพลินๆ

14.30 น. นำท่านชม น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีชั้นเดียว แต่มีความสวยงามมาก เพราะว่าสายน้ำ ของน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ลงสู่พื้นล่างแล้วแตกกระจายออกมากลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้นมาจากพื้นล่าง ซึ่งมีความสวยงามมาก  ความพิเศษของน้ำตก คือตรงที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นสีครามปนเขียว

15.30 น. จากนั้นเราจะออกเดินทางไปยัง จุดชมเหมืองปิล๊อก ที่เหมืองปิล๊อกนี้ตั้งอยู่ที่บ้านอีต่อง เป็นเหมือนแร่ดีบุกที่เคยรุ่งเรืองในปีพุทธศักราช 2483 เราจะให้เวลาท่านได้พักผ่อนตามอัทยาศัย หรือหากท่านอยากที่จะออกสำรวจและชื่นชมบรรยากาศก็สามารถทำได้ ที่เหมืองปิล๊อกแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์ของหมู่บ้านที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร   

จากนั้นนำท่านชมพระอาทิตย์ตกดินที่ เนินช้างศึก หรือ ฐานปฏิบัติการช้างศึก เย็นนี้เราจะพาท่านเดินทางด้วยรถกระบะ 4x4 ของชาวบ้าน โดยที่เนินช้างศึกนี้ ท่านจะสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาตระนาวศรีอันยิ่งใหญ่ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และยังมีบริเวณกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาพักค้างแรมอีกด้วย

เย็น รับประทานอาหารเย็น (3) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น ณ หมู่บ้านปิล๊อก

หลังจากอิ่มเอมไปกับอาหารเย็นรสเลิศ เคล้าบรรยากาศชวนฝัน เราจะให้ท่านพักผ่อนตามอัทยาศัย เพื่อเติมพลังสำหรับการผจญภัยที่เราได้จัดเตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้


วันที่ 2: หมู่บ้านอิต่อง - สังขละบุรี - ด่านเจดีย์สามองค์ – วัดวังก์วิเวการาม – เจดีย์พุทธคยา

เช้า รับประทานอาหาร (4) ณ ที่พัก

09.00 น. เช็คเอาท์จากที่พัก ออกเดินทางสู่ เมือง สังขละบุรี ใช้เวลา 3 ชม. 4 นาที

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

13.00 น. ออกเดินทางต่อ สู่ ด่านเจดีย์สามองค์ (ระยะทางเวลาประมาณ 38 นาที)

13.40 น. นำท่านเข้าสู่ ด่านเจดีย์สามองค์ ถือเป็นด่านสิ้นสุดชายแดนไทยฝั่งตะวันตก สมัยก่อนที่แห่งนี้เคยเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญ ในการทำสงคราม ไทย-พม่าเดิมเรียกกันว่า “หินสามกอง” เนื่องจากชาวบ้านผ่านมาบริเวณนี้ ก็จะนำหินมากองไว้ เพื่อเป็นโชคดีและสิริมงคลในการเดินทาง  นานวันหินก็ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น  และต่อมาในปี พ.ศ.2472 พระศรีสุวรรณคีรี  เจ้าเมืองสังขละบุรีก็ได้นำชาวบ้านมาก่อสร้างเจดีย์จากหินกองใหญ่ ซึ่งเป็นเจดีย์สามองค์ในปัจจุบัน

14.20 น. จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ วัดวังก์วิเวการาม

15.00 น. นำท่านสักการะหลวงพ่ออุตตมะเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง วัดวังก์วิเวการาม เป็นพระภิกษุที่ได้ความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญและชาวพุทธทั่วไป ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสังขละบุรี  ภายในงดงามไปด้วยพุทธศิลปแบบมอญอันวิจิตรตระการตา และรูปหุ่นขึ้ผึ้งขนาดเท่าคนจริงของหลวงพ่ออุตตมะ นั่งอยู่บนบังลังก์หน้าประสาทหลังใหญ่ 9 ยอดที่ใช้เก็บสังขารของท่าน จากนั้นไหว้ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์ที่มีความสวยสดงดงามส่องแสงทองเด่นอร่ามทั่วทุกสารทิศ ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งหลวงพ่ออุตตมะได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก

16.30 น. จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก สวนแมกไม้ รีสอร์ท หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ (6) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น สไตล์ชาวมอญ

นำท่านเดินทาง สู่ ถนนคนเดินสังขละ เที่ยวชมบรรยากาศ และวิถีชีวิตชาวสังขละยามค่ำคืน (อิสระตามอัธยาศัย)

20.00 น. เมื่อถึงเวลาอันสมควร นำท่านกลับสู่ที่พัก 


วันที่ 3: สังขละบุรี - สะพานมอญ - ล่องเรือชมเมืองบาดาล - น้ำตกเอราวัณ - กาญจนบุรี

05.30 นำท่านเดินชม สะพานมอญ ทำบุญตักบาตรเช้า (ทางบริษัทจัดเตรียมชุดสำหรับตักบาตรให้ท่านละ 1 ชุด)

หลังตักบาตร ถ่ายภาพเดินชม "สะพานไม้อุตตมานุสรณ์" หรือที่ เรียกกันว่า "สะพานมอญ” เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศ ประมาณ ๑ กม. หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ดำเนินการสร้าง โดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้คนไทย กะเหรี่ยงและมอญได้ สัญจร ไปมาหาสู่กันได้ เป็นการสร้าง ความสัมพันธ์ของคนทั้งสามกลุ่ม กลายเป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรีไปแล้ว นักท่องเที่ยวจะนิยมเดิน ชมสะพานเพื่อชมแสงสีทองของ พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงชมวิถีชีวิตของชาวไทย และมอญที่เดินข้ามไปมาหากันบนสะพานแห่งนี้ ซึ่งค่อนข้างจะคึกคักมากในช่วงเช้า ช้อปปิ้งของที่ระลึก ผ้านุ่ง โสร่งแบบมอญ แป้งทนาคา ตามอัธยาศัย

เช้า รับประทานอาหารเช้า (7) ณ ที่พัก

08.00 น. เช็คเอาท์จากที่พัก นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาดาล Unseen Thailand

08.15 น. นำท่านลงเรือล่องชม เมืองบาดาล ซึ่งเดิมคือวัดวังก์วิเวการาม ที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยง และมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ ปี พ.ศ. 2496 ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำ รันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้าง เขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่า รวมทั้งวัดนี้ด้วย หลวงพ่อจึงได้ย้ายมาสร้างวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานาน นับสิบปี ช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจะลดจนตัวโบสถ์โผล่พ้นน้ำทั้งหมด สามารถนั่งเรือ และขึ้นไปเดินเที่ยวชมโบสถ์ได้ สองริมฝั่งแม่น้ำ ท่านจะะพบวิถีการดำเนินชีวิตของ ชาวมอญ ถือเป็นสถานที่ ที่น่าสนใจ มีเสน่ห์จนกลายเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว Unseen Thailand ในชื่อ เมืองบาดาล

10.00 น. ถึงเวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ น้ำตกเอราวัณ

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (8) ณ ร้านอาหารเรณู น้ำตกไทรโยคน้อย

13.30 น. ออกเดินทางสู่น้ำตกเอราวัณ (ประมาณ 54 นาที)

14.30 น. เดินทางถึง น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ แบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้น เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขาตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินเป็นระยะทาง ประมาณ 1,500 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ น้ำตกมีน้ำใสแจ๋วมองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำในสระว่ายน้ำ

15.30 น. ออกเดินทางเข้าสู่ที่พักใกล้ตัวเมืองกาญฯ

16.40 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก inchantreedoopool หรือเทียบเท่า

เย็น รับประทานอาหารค่ำ (9) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

 


วันที่ 4: กาญจนบุรี – สะพานข้ามแม่น้ำแคว – โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี - ชุมชนปากแพรก - กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า (10) ณ ที่พัก

10.30 น. เช็คเอาท์จากที่พัก นำท่านออกเดินทางสู่สะพานแม่น้ำแคว

10.40 น. นำท่านชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการเดินทัพของญี่ปุ่นสู่ประเทศพม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เชิญท่านสมาชิกถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมเลือกซื้อ พลอย ไพลิน ตามอัธยาศัย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (11) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

13.00 น. ในช่วงบ่ายนำท่านชม โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ที่ตั้งอยู่บนถนนปากแพรก ไม่ไกลนักจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว โรงงานขนาดใหญ่แห่งนี้ มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์จังหวัดกาญจนบุรี ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นโรงงานที่สามารถผลิตกระดาษสำหรับพิมพ์ธนบัตรได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่เพียงแค่นั้น โรงงานแห่งนี้ยังได้กลายเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพ และ มีเกิดการพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบๆโรงงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วกาลเวลาเปลี่ยนไป ความสำคัญจึงเปลี่ยนตาม ในไม่ช้าโรงงานถูกทิ้งรกร้างไว้ แต่ไม่กี่ปีมานี้หน่วยงานรัฐ และ ประชาชนโดยทั่วไปมีมติเห็นร่วมกันในการจัดพื้นที่โรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตสำหรับผู้ที่สนใจได้เข้ามาท่องเที่ยว

14.00 น. บนถนนปากแพรก ทันทีที่ออกจากโรงงานกระดาษ ทุกท่านจะพบกับ ชุมชนปากแพรก ชุมชนเมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี อายุกว่า 180 ปี เริ่มก่อตั้งเป็นชุมชนตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว     ( รัชกาลที่ 3 ) อาคารบ้านเรือนที่พบเห็นจะเป็นรูปแบบตะวันตกผสมกับจีน มีทั้งบ้านเดี่ยวและตึกแถว ความน่าสนใจของชุมชนแห่งนี้เป็นเรื่องของรูปแบบบ้านที่ถูกอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 70 ปี – 200 ปีเลยก็มี ปัจจุบันมีการดัดแปลงให้เข้ากับความยุคสมัยใหม่มากขึ้น ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ทำให้ชุมชนมีบรรยากาศที่ครึกคัก ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเปิดถนนคนเดินปากแพรก ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น โดยเราจะให้อิสระแก่ทุกท่านในการเดินเยี่ยมชมภายในชุมชน ก่อนนัดพบกันอีกครั้ง

15.00 น. เมื่อถึงเวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

17.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

----- จบรายการ -----

อัตราค่าบริการ

ราคา/บาท

ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ

12,500

เด็กอายุ 3 – 11  ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ (ไม่มีเตียงเสริม)

10,500

เด็กอายุ 3 11  ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ (มีเตียงเสริม)

12,500

พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ

2,900

                                               จองทางไลน์ จองทางเฟสบุ๊ค ดาวน์โหลดรายการ

เงื่อนไขสินค้า

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • รถตู้ปรับอากาศ เดินทางไป-กลับ จากกรุงเทพฯ ตามรายการ พร้อมคนขับที่ชำนาญทางเป็นอย่างดี
  • ที่พักในโฮมสเตย์บ้านอิต่อง 1 คืน พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามรายการ หรือเทียบเท่า
  • ที่พักในสังขละบุรี ห้อง Superior พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามรายการ หรือเทียบเท่า
  • ที่พักใกล้ตัวเมืองกาญจนบุรี ห้อง Superior พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามรายการ หรือเทียบเท่า
  • อาหารตามรายการจำนวน 11 มื้อ
  • บริการน้ำดื่มวันละ 1 ขวดต่อท่าน
  • ของสมนาคุณ Hygiene Travel Kit เช่น หน้ากากอนามัย, เจลแอลกอฮอลล้างมือ, สเปรย์แอลกอฮอล์ ฯลฯ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าเข้าอุทยานตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • มัคคุเทศก์ คนขับรถ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (หากอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง 50%) ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท(ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่ารถ หรือ ค่าตั๋วเครื่องบินจากทุกเส้นทาง และค่าเดินทางมาที่จุดนัดพบ
  • ค่ามินิบาร์ในห้องพัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
  • อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว, ยาสระผม, สบู่อาบน้ำ, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, ไดร์เป่าผม เป็นต้น สำหรับวันที่พักที่โฮมสเตย์บ้านอิต่อง
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีที่เกิดจาก การเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว)
  • ค่าธรรมเนียมสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องชำระเพิ่ม อาทิ ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ
  • ค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว ที่เกิดจากผู้เดินทางเอง
  • ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (เฉพาะในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษีเท่านั้น) (กรณีต้องการ รบกวนแจ้งก่อนทำการชำระเงิน)

 

เงื่อนไขการชำระเงิน :

  1. กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 2,000 บาท  หลังทำการจอง ภายใน 24 ชม. จึงจะถือว่าเป็นการจองที่สมบูรณ์
  2. กรุณาชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ 5 วันก่อนวันเดินทาง 

    (หมายเหตุ บริษัทยังมิได้ทำการจองที่พัก หรือ การบริการใดๆ จนกว่าจะได้รับการยืนยันและชำระเงินตามกำหนด)

     

    การยกเลิกและคืนค่าทัวร์:

    1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน ทางบริษัทคืนเงินค่ามัดจำเต็มจำนวน
    2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำ
    3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
    4. ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 7 วัน ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์ 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
    5. กรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือ ค่าทัวร์ทั้งหมด ไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ
    6. ในบางกรณีเมื่อผู้สนใจจองโปรแกรมทัวร์แล้ว ซึ่งทางทีมงานจะต้องส่งเงินมัดจำไปมัดจำค่าที่พักและยานพาหนะทันที ดังนั้นจากภาระดังกล่าวทีมงานจึงขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากผู้จอง
    7. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

     

    หมายเหตุ :

    1. กรุณาพิจารณาโปรแกรมการเดินทางให้ละเอียดก่อนทำการจอง
    2. กรุณาปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ เพื่อเป็นไปตามมาตรฐาน SHA (มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย) และเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว
    3. การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวน 9 ท่านขึ้นไปถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทาง หรือยกเลิกการเดินทาง
    4. รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ การเมือง และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด
    5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
    6. เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

     

    ข้อแนะนำสำหรับการเดินทาง ในช่วง New Normal

    - มาตรการการให้บริการระหว่างเดินทางบนรถโดยสาร -

    1. สมาชิกต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง ทางบริษัทฯ จะทำการแจกหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ลูกค้าทุกท่าน
    2. ก่อนขึ้น-ลงรถทุกครั้ง ทางบริษัทฯจะมีมาตรการ วัดไข้ตรวจอุณหภูมิ และ ให้ท่านล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนขึ้นรถ
    3. กรุณากรอกรายละเอียดแบบฟอร์ม ต.๘-คค (ทางบริษัทพิมพ์แบบฟอร์มนี้ให้ทุกท่าน เมื่อท่านกรอกแล้วกรุณาส่งคืนให้ จนท.บริการบนรถ)

                                                      จองทางไลน์ จองทางเฟสบุ๊ค ดาวน์โหลดรายการ